Menu

Tesla Roadster 3 รุ่นติดไอพ่น เมื่อรุ่นที่บินได้ไม่ใช่รุ่นที่จองได้

Oct 16, 2026 8 min read 22 views
Tesla Roadster 3 รุ่นติดไอพ่น เมื่อรุ่นที่บินได้ไม่ใช่รุ่นที่จองได้

Tesla Roadster ซูเปอร์คาร์ไฟฟ้าติดไอพ่นที่แยกเป็น 3 รุ่น ว่าแต่ละรุ่นว้าวคนละแบบอย่างไร และไทยจองรุ่นไหนได้

Tesla Roadster รุ่นใหม่เปิดตัวเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 และแยกขายเป็น 3 รุ่น คือ Performance, Thrust และ Rocket ทั้ง 3 รุ่นวิ่งได้เกิน 480 กิโลเมตรต่อการชาร์จเท่ากัน แต่ต่างกันที่ระบบไอพ่น อัตราเร่ง และจำนวนที่นั่ง ส่วนการวางเงินจอง Tesla Roadster ในไทยตอนนี้เปิดแล้ว 2 รุ่น เริ่มที่ 1,776,000 บาท


3 รุ่นนี้ต่างกันตรงไหน และ Tesla นิยามแต่ละรุ่นไว้ว่าอะไร

Tesla ตั้งคำนิยามสั้น ๆ ให้แต่ละรุ่นไว้คนละคำ และคำนั้นบอกได้เกือบหมดว่ารุ่นนั้นถูกทำมาเพื่ออะไร:

รุ่น Tesla เรียกว่าอะไร 0-96 กม./ชม. ที่นั่ง ระยะวิ่งต่อการชาร์จ
Performance Road ready ต่ำกว่า 1.6 วินาที 2 ที่นั่ง เกิน 480 กม.
Thrust Race ready ต่ำกว่า 0.9 วินาที 2 ที่นั่ง เกิน 480 กม.
Rocket Air ready ต่ำกว่า 0.59 วินาที 1 ที่นั่ง เกิน 480 กม.

Tesla ประกาศอัตราเร่งเป็น 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง ซึ่งเท่ากับ 0-96 กม./ชม. ไม่ใช่ 0-100 กม./ชม. · Rocket เป็นรุ่นเดียวที่ Tesla ระบุความเร็วสูงสุดไว้ ที่เกิน 370 กม./ชม.
ที่มา — หน้า Roadster ของ Tesla ประเทศไทย · Teslarati อ้างสเปกจากหน้า Roadster ของ Tesla · Drive Tesla


รุ่น Rocket ที่แรงที่สุด กลับเป็นรุ่นเดียวที่ไม่มีราคาจอง

Rocket ทำ 0-96 กม./ชม. ได้ต่ำกว่า 0.59 วินาที เร็วกว่า Thrust ที่ว้าวอยู่แล้วเข้าไปอีก แต่ Tesla กำกับรุ่นนี้ว่าเป็นแบบได้รับคำเชิญเท่านั้น ไม่ประกาศยอดเงินจอง และ TechCrunch กับ Drive Tesla รายงานตรงกันว่า Rocket ไม่ได้รับอนุมัติให้ใช้บนถนนสาธารณะ ความว้าวของรุ่นนี้จึงเป็นความว้าวที่ดูได้อย่างเดียว ส่วน Thrust คือรุ่นแรงสุดที่วางเงินจองได้จริง


ไอพ่นของ Tesla คือลมอัด ไม่ใช่เชื้อเพลิงจรวด

คำว่าติดไอพ่นทำให้หลายคนนึกถึงไฟท้ายรถแบบจรวด แต่ของจริงคือระบบลมอัดเย็น ไม่มีการเผาไหม้และไม่มีเปลวไฟ Electrek อธิบายว่าเป็นถังลมอัดหุ้มคาร์บอนไฟเบอร์ที่ปล่อยแรงดันออกทางหัวฉีด ส่วน Lars Moravy รองประธานฝ่ายวิศวกรรมของ Tesla ให้ตัวเลขกับ TechCrunch ว่ามีหัวฉีด 10 จุด และบรรจุลมอัดไว้ 600 ลิตร เติมกลับเข้าถังได้

จุดที่ทำให้มันไม่เหมือนรถคันอื่นคือ แรงดันนั้นผลักตัวรถไปข้างหน้าได้โดยไม่ต้องรอให้ยางเกาะถนน Tesla บอกว่าแรงที่ได้อยู่ที่ราว 4-5 เท่าของแรงที่ยางส่งลงพื้นได้ นั่นคือเหตุผลที่ Performance ซึ่งไม่มีหัวฉีดทำได้ต่ำกว่า 1.6 วินาที ขณะที่ Thrust ลงมาเหลือต่ำกว่า 0.9 วินาที ทั้งที่เป็นรถคันเดียวกัน

พัดลมใต้ท้องรถที่ Tesla บอกว่าดูดรถติดเพดานได้แม้ตอนจอดนิ่ง

อีกชิ้นที่แยกรถคันนี้ออกจากซูเปอร์คาร์ทั่วไปคือระบบพัดลมกับซีลใต้ท้องรถ Teslarati ซึ่งอ้างจากหน้า Roadster ของ Tesla ระบุว่าแรงดูดมากพอจะยึดรถไว้ในท่ากลับหัวได้แม้ตอนจอดนิ่ง และตัวเลขแรงกดที่โชว์ในงานเปิดตัวอยู่ที่ราว 4,700 กิโลกรัม ข้อควรรู้คือในงานจริงรถวิ่งขึ้นทางลาดกลับหัวขณะเคลื่อนที่ ส่วนการยึดตอนจอดนิ่งเป็นคำกล่าวของ Tesla ที่ยังไม่ได้สาธิตให้ดู

แล้วมันบินได้จริงไหม หรือแค่กระโดดข้ามแล้วลงพื้น

ในงานเปิดตัวที่โรงงาน McGregor ของ SpaceX นอกเมือง Waco รัฐเท็กซัส Tesla สาธิต 2 อย่าง คือขับขึ้นทางลาดกลับหัว และใช้แรงจากหัวฉีดยกตัวข้ามแถวรถ Tesla ที่จอดเรียงอยู่ขณะกำลังเคลื่อนที่ ส่วนคำว่าบินได้ Tesla ผูกไว้กับรุ่น Rocket เท่านั้น ซึ่งเป็นรุ่นที่นั่งเดียว ได้รับคำเชิญเท่านั้น และวิ่งบนถนนสาธารณะไม่ได้

สิ่งที่ Tesla ยังไม่ได้ประกาศเลยคือตัวเลขที่จะบอกว่าบินได้แค่ไหน ไม่มีความสูง ไม่มีระยะเวลา ไม่มีระยะทาง และไม่มีเงื่อนไขสภาพอากาศ ขณะที่ TechCrunch รายงานคำพูดของ Elon Musk บนเวทีว่าความปลอดภัยไม่ใช่เป้าหมายหลักของรถคันนี้ และใครที่ให้ความปลอดภัยมาเป็นอันดับหนึ่งไม่ควรซื้อ ชาวติดหรูที่กำลังตื่นเต้นกับคำว่าบินได้ จึงควรอ่านประโยคนี้ควบคู่กันไปด้วย


ราคาจองในไทย กับตัวเลขที่ไม่ได้มาจากการคูณอัตราแลกเปลี่ยน

Tesla เปิดหน้าจองภาษาไทยแล้ว และแบ่งจ่ายเป็น 2 งวดเหมือนกันทุกรุ่น คืองวดแรกที่ขอคืนได้ กับงวดที่สองที่ต้องจ่ายภายใน 10 วัน:

รุ่น งวดแรก ขอคืนได้ งวดที่สอง ภายใน 10 วัน รวมค่าจอง
Performance 178,000 บาท 1,598,000 บาท 1,776,000 บาท
Thrust 178,000 บาท 8,695,000 บาท 8,873,000 บาท
Rocket ไม่ประกาศ ไม่ประกาศ เฉพาะผู้ได้รับคำเชิญ

ตัวเลขจากหน้าจองภาษาไทยของ Tesla ตามที่สื่อยานยนต์ไทยรายงานตรงกัน ตรวจสอบเมื่อ 16 ตุลาคม 2569
ที่มา — หน้า Roadster ของ Tesla ประเทศไทย · Car250 · Autolife Thailand · MGR Online


178,000 บาทเท่ากันทุกรุ่น ทั้งที่ยอดรวมห่างกัน 5 เท่า

ลองเอายอดรวมมาลบงวดแรกดู จะเห็นว่า 1,776,000 ลบ 178,000 ได้ 1,598,000 พอดี และ 8,873,000 ลบ 178,000 ได้ 8,695,000 พอดีเช่นกัน แปลว่า Tesla ตั้งยอดรวมเป็นเงินบาทไว้ก่อน แล้วหักเงินมัดจำก้อนกลม 178,000 บาทออก ไม่ใช่การคูณอัตราแลกเปลี่ยนทีละงวด และถ้าเทียบยอดรวมของ 2 รุ่น Thrust แพงกว่า Performance เกือบ 5 เท่าพอดี ทั้งที่เป็นรถตัวถังเดียวกัน

คำนวณโดยทีมติดหรู จากยอดเงินจองที่ Tesla ประกาศในไทย · 8,873,000 หารด้วย 1,776,000 ได้ 4.996 เท่า
ที่มา — Car250 · Autolife Thailand


ก่อนวางเงินจอง มี 3 บรรทัดในเชิงอรรถที่ Tesla เขียนไว้เอง

ทั้ง 3 เรื่องนี้อยู่ในเชิงอรรถของ หน้า Roadster ภาษาไทยของ Tesla เอง ไม่ใช่ข่าวลือ เรื่องแรกคือรุ่น Thrust จำกัดไว้ที่ 1 คำสั่งซื้อต่อลูกค้า 1 ราย และ Tesla สงวนสิทธิ์ยกเลิกคำสั่งซื้อที่ซ้ำกัน ทั้งที่สั่งหลายรายการด้วยบัญชีหรือเบอร์โทรเดียวกัน และที่ใช้ข้อมูลการชำระเงินหรือที่อยู่เดียวกัน เรื่องที่สองคือรถคันนี้มีจำหน่ายเฉพาะพวงมาลัยซ้ายเท่านั้น ซึ่งสวนทางกับถนนไทยที่ขับชิดซ้ายและใช้รถพวงมาลัยขวา และ Tesla ยังไม่ได้บอกว่าจะมีรุ่นพวงมาลัยขวาตามมาหรือไม่ เรื่องที่สามคือรุ่น Rocket อาจไม่พร้อมจำหน่ายในทุกภูมิภาค โดยขึ้นกับข้อกำหนดทางกฎหมายของแต่ละประเทศ แปลว่ารุ่นที่บินได้อาจไม่เคยมาถึงไทยเลย


เงินจอง 2 ก้อนนี้เป็นตัวเลขเดียวกับ Roadster รุ่นปี 2017

Electrek ตั้งข้อสังเกตว่ายอดเงินจองของรุ่นใหม่ คือ 50,000 ดอลลาร์กับ 250,000 ดอลลาร์ เป็นตัวเลขเดียวกับ Roadster ที่ Tesla ประกาศไว้เมื่อปี 2560 ซึ่งตอนนั้นเก็บ 50,000 ดอลลาร์สำหรับรุ่นปกติ และ 250,000 ดอลลาร์สำหรับ Founders Series 1,000 คัน รถรุ่นนั้นประกาศว่าจะผลิตปี 2563 แล้วเลื่อนมาตลอดจนไม่เคยส่งมอบ ส่วนรุ่นใหม่นี้ Musk ตั้งเป้าเริ่มผลิตปี 2571


ชาวติดหรูจะวางเงินกับรุ่นไหน

สรุปเป็นภาพเดียวคือ Performance ได้รถที่ขับจริงบนถนนในงบ 1,776,000 บาท ส่วน Thrust ได้หัวฉีดลมอัดที่ทำให้ตัวเลข 0.9 วินาทีเป็นไปได้ ในงบ 8,873,000 บาท และ Rocket ที่บินได้นั้นต้องรอคำเชิญ ใครที่กำลังเทียบกับรถไฟฟ้าหรูคันอื่นในงบใกล้เคียงกัน ลองดู รถ EV หรูงบไม่เกิน 10 ล้าน ต่อได้ หรือถ้าสนใจซูเปอร์คาร์ไฟฟ้าของค่ายอื่น ลองอ่าน Ferrari Luce ซูเปอร์คาร์ไฟฟ้า 100% คันแรก แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะวางเงินกับคันไหน

💬 ความเห็น

0

✍️ เพิ่มความเห็น

Recommended for You